[rank_math_breadcrumb]

เครียดเรื่องงาน รับมืออย่างไรเมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเราคนเดียว

เครียดเรื่องงานจากภาระงานและความคาดหวังในองค์กร
เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อ

เครียดเรื่องงานโดยไม่รู้ตัว อาจเกิดขึ้นตอนกินข้าวไปคิดเรื่องเดดไลน์ไปหรือนอนไม่ค่อยหลับเพราะกังวลงานวันพรุ่งนี้ เมื่อเกิดเรื่องเหล่านี้ซ้ำๆ หลายคนก็เผลอคิดไปว่าตนเองบริหารเวลาไม่ดีพอหรือเปล่า? ทั้งที่ความเครียดจากการทำงาน อาจเกี่ยวข้องกับปริมาณงาน, ทีม, หัวหน้า, ภาระหน้าที่ที่ไม่ชัดเจนหรือขาดการสนับสนุนที่ดีในองค์กร ooca ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงาน โดยความเครียดจากการทำงานเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน การดูแลสุขภาพใจจึงต้องทำทั้งระดับบุคคลและแก้ปัญหาเชิงระบบร่วมกับองค์กร เพราะต่อให้แต่ละคนพยายามพักมากขึ้นเพียงใด หากกลับมาเจองานล้นหรือบทบาทที่เปลี่ยนทุกวัน ความกดดันเดิมก็ยังเกิดขึ้นได้ จุดเริ่มต้นของการดูแลใจ จึงไม่ใช่การแบกทุกอย่างไว้คนเดียว แต่คือการแยกให้ออกว่า เรื่องไหนสามารถจัดการเองได้และเรื่องไหนที่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนร่วมกัน

เมื่อเกิดภาวะความเครียดจากการทำงาน คนส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยการตำหนิตนเองว่ายังอดทนไม่พอ ทั้งที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความเสี่ยงต่อสุขภาพใจอาจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและระบบการทำงาน ในเบื้องต้นปัจจัยหลักของความเครียดจากการทำงานอาจเกิดจาก

  • ชั่วโมงทำงานยาวและปริมาณงานจำนวนมาก : ทำให้งานเยอะจนเครียด ต้องเลือกระหว่างคุณภาพงาน, เวลาพักและชีวิตส่วนตัว 
  • ความกดดันจากงานที่ควบคุมไม่ได้หรือกำหนดส่งงานที่เร่งรีบ : เป้าหมายเปลี่ยนตลอดหรือไม่มีอำนาจตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา
  • ความเครียดในที่ทำงานจากความสัมพันธ์ : เช่น การสื่อสารที่กดดัน, การคุกคามหรือขาดความช่วยเหลือจากทีม 
  • บทบาทงานไม่แน่นอน : พนักงานไม่รู้ว่างานใดสำคัญ, ใครเป็นผู้ตัดสินใจและจะได้รับการประเมินจากอะไร 

สุขภาพจิตในที่ทำงานเกี่ยวข้องทั้งกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน, ความสัมพันธ์ในทีม, การขาดงาน และการทำงานขององค์กร HR และผู้บริหารจึงควรมีบริการดูแลสุขภาพจิตสำหรับองค์กรควบคู่กับการทบทวนภาระงานและวิธีบริหารทีม

รู้ได้อย่างไรว่าเริ่มเครียดเรื่องงานจนกระทบชีวิต เมื่อความตึงเครียดสะสมและเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนกระทบร่างกาย, จิตใจหรือเริ่มส่งสัญญาณเตือนออกมาดังนี้

  • นอนไม่หลับเพราะงานหรือฝันถึงเรื่องงานบ่อย 
  • เครียดจากงานจนไม่มีแรงทำกิจกรรมที่เคยสนใจ 
  • งานล้นจนรู้สึกหงุดหงิดง่ายและหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนรอบตัว 
  • รู้สึกกลัวก่อนเริ่มงาน, สมาธิลดลงหรือทำเรื่องทั่วไปได้ยากขึ้น
  • รู้สึกหมดแรงกับงานต่อเนื่อง, เริ่มห่างจากงานทางความรู้สึกหรือสงสัยว่าตนเองกำลังหมดไฟจากการทำงาน

รายการนี้ใช้สำรวจผลกระทบจากความเครียด ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีสภาวะทางสุขภาพจิตหรือเป็นการวินิจฉัย หากความรู้สึกเริ่มเกิดซ้ำๆ, ต่อเนื่องหรืองานกระทบชีวิตส่วนตัว การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ, ปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ จะช่วยให้มองเห็นทั้งปัจจัยส่วนตัว, สภาพงานที่เกี่ยวข้องและวิธีรับมือ

ความเครียดในที่ทำงาน (Workplace Stress) ไม่สามารถพึ่งพาเพียงความอดทนของตัวบุคคล ต้องอาศัยการดูแลสองด้าน โดยให้พนักงานมีช่องทางขอความช่วยเหลือ ส่วนองค์กรควรลดเงื่อนไขที่ทำให้ปัญหาเกิดซ้ำ ซึ่งแนวทางที่นำไปใช้ได้ ได้แก่

  • ระดับพนักงาน : จดบันทึกปริมาณงาน, กำหนดส่งและสิ่งที่เกินกำลัง ว่าภาระงานส่วนไหน ที่เริ่มส่งผลให้เครียดจากงาน เพื่อนำไปพูดคุยหาทางออกร่วมกับทีม
  • ระดับหัวหน้างาน : ร่วมมือกับทีม ในการจัดเรียงความสำคัญของเดดไลน์ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่รับฟังและให้การสนับสนุนจากหัวหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความตึงเครียดสะสมจากความกดดันจากงานที่ควบคุมไม่ได้ 
  • ระดับ HR : จัดช่องทางขอความช่วยเหลือและรับเรื่องร้องเรียนที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือมีการรักษาความลับ โดยแยกข้อมูลการปรึกษารายบุคคลออกจากรายงานภาพรวมและใช้ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนเมื่อประเมินสุขภาพใจระดับองค์กร
  • ระดับผู้บริหาร : ทบทวนปริมาณงาน, กำลังคน, ชั่วโมงทำงานและพฤติกรรมการบริหาร พร้อมกำหนดนโยบายป้องกันการคุกคาม, จัดบริการดูแลสุขภาพจิตสำหรับองค์กรและมีระบบส่งต่อเมื่อพนักงานต้องการความช่วยเหลือ

งานเยอะจนเครียดควรเริ่มคุยกับหัวหน้าอย่างไร

งานเยอะจนเครียด ควรเริ่มพูดคุยก่อนที่ทุกงานจะกลายเป็นเรื่องด่วน หากกังวลว่าจะถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ, ไม่อดทนหรือกำลังปฏิเสธความรับผิดชอบ สามารถเริ่มต้นจากการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้

  • เตรียมข้อมูลภาระงาน : แทนที่จะระบุเพียงความรู้สึกเหนื่อยล้า ให้รวบรวมรายการความรับผิดชอบทั้งหมดรวมถึงปริมาณงานและชั่วโมงทำงานที่ต้องใช้จริงในแต่ละโครงการ ให้เห็นภาพชัดว่าภาวะงานเยอะจนเครียดจากจุดใด
  • ขอหัวหน้าให้ช่วยจัดลำดับความสำคัญ : เริ่มต้นบทสนทนากับหัวหน้า สำหรับการปรับเปลี่ยนบทบาทงานหรือขยายเวลาของโครงการออกไปก่อน เพื่อให้หัวหน้ามองเห็นข้อจำกัดและร่วมตัดสินใจโดยไม่รู้สึกว่าพนักงานกำลังปฏิเสธความรับผิดชอบ
  • ติดต่อ HR หรือช่องทางขององค์กร : หากคุยกับหัวหน้าแล้วภาระงานยังเกินกำลัง หัวหน้าเป็นผู้สร้างความกดดันหรือพนักงานไม่รู้สึกปลอดภัยที่จะพูดคุย ควรติดต่อ HR, ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องหรือช่องทางรับเรื่องที่มีการรักษาความลับ

ความเครียดจากงานเกี่ยวข้องกับภาระงาน, วิธีบริหาร, ความสัมพันธ์ในทีมและสุขภาพใจของแต่ละคน หากภาระงานเริ่มรบกวนการนอน, อารมณ์หรือความสัมพันธ์ สามารถดาวน์โหลดแอปฯ ooca เพื่อปรึกษาปัญหาเครียดเรื่องงานกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ออนไลน์ โดยเลือกผู้ให้คำปรึกษาที่กำลังออนไลน์หรือนัดหมายล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่ต้องการ สำหรับ HR หรือผู้บริหารที่ต้องการดูแลมากกว่าการจัดกิจกรรมครั้งเดียว ooca มีบริการช่วยเหลือพนักงาน, การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ, แบบประเมินและข้อมูลภาพรวมสำหรับติดตามประเด็นสุขภาพใจขององค์กร หากต้องการเลือกแพ็กเกจให้สัมพันธ์กับจำนวนพนักงานและรูปแบบการใช้งาน ติดต่ออีเมล sales@ooca.co

เครียดเรื่องงานเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย คำตอบต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสังเกตผลกระทบจากความเครียดในที่ทำงาน พร้อมเลือกวิธีดูแลตนเอง, ขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะกับสถานการณ์

1. เครียดเรื่องงานควรทำอย่างไร?

เริ่มบันทึกสาเหตุ ของสิ่งที่ทำให้เครียด เช่น ปริมาณงานหรือชั่วโมงการทำงาน แล้วพูดคุยกับหัวหน้าในส่วนที่ปริมาณงานกระทบชีวิตส่วนตัว หากผลกระทบเกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ

2. ความเครียดจากการทำงานเกิดจากอะไร?

สาเหตุอาจเกิดจากปริมาณงานที่เกินขอบเขตหรือชั่วโมงทำงานยาวและบทบาทที่ไม่แน่นอน จนทำให้เกิดความเครียดจากการทำงานหรือเกิดความรู้สึกขาดความปลอดภัยทางใจ

3. เครียดเรื่องงานแบบไหนควรปรึกษานักจิตวิทยา?

เมื่อเกิดภาวะนอนไม่หลับเพราะงาน เริ่มทำให้การใช้ชีวิตหรือการทำงานยากขึ้น คุณสามารถปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ แม้ยังไม่แน่ใจว่าปัญหาของคุณรุนแรงเพียงใด

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความนี้ ให้คนที่ห่วงใย

Picture of suchanattrine ooca
suchanattrine ooca

สนใจปรึกษานักจิตวิทยา
แบบนั่งคุยจากที่บ้าน
ดาวน์โหลดแอพอูก้าได้เลย

อูก้าเป็นกำลังใจให้นะ!
แอดเลย Line Official

Toxic Workplace คือสภาพการทำงานที่มีปัญหาเกิดซ้ำ

Toxic Workplace คือ เมื่อบรรยากาศการทำงานแย่จนช็อตฟีลรายวัน

คนที่ตัดสินใจยื่นใบลาออก บางทีก็ไม่ได้หมดไฟเพราะเนื้องานด้วยซ้ำ แต่เกิดจากบรรยากาศในที่ทำงานช็อตฟีลจนทำให้ใจเริ่มไม่ไหว

Quiet Quitting คือการหมดใจทำงานหรือกำหนดขอบเขต

Quiet Quitting คือหมดใจทำงานหรือกลับมารักษาขอบเขต

จากพนักงานที่เคยกระตือรือร้นทำงานตามขอบเขตหน้าที่, เสนอไอเดียและช่วยเหลือทีม กลายเป็นคนที่ทำเฉพาะหน้าที่ขั้นต่ำเพื่อผ่านแต่ละวัน

ดาวน์โหลดแอป ooca

สแกน QR code เพื่อดาวน์โหลดแอป

หรือคลิกเพื่อดาวน์โหลดแอป 

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊 ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊

ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้