ติดโซเชียลมีเดีย สัญญาณเสี่ยงโรคเครียด โรคซึมเศร้า, การป้องกัน หรือลดความเสี่ยง

ปัญหา “ติดโซเชียลมีเดีย” จนเกิดภาวะเครียด หรือเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่หลายคนไม่รู้ตัวเลยค่ะ ด้วยจำนวนแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ติดโซเชียลมีเดีย โรคซึมเศร้า

เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อ

ปัญหา “ติดโซเชียลมีเดีย” จนเกิดภาวะเครียด หรือเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่หลายคนไม่รู้ตัวเลยค่ะ ด้วยจำนวนแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ Facebook ไปจนถึง TikTok ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชียลมีเดียมีบทบาทอย่างมากในชีวิตของเรา แต่สำหรับบางคน การใช้โซเชียลมีเดีย “มากเกินไป” ก็อาจกลายเป็นปัญหาได้ 

จนถึงขนาดที่นักวิจัยบางคนกล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์เป็นสิ่งเสพติดพอ ๆ กับการพนันและการช้อปปิ้ง ซึ่งวันนี้อูก้าจะมาแนะนำ “การป้องกันตัวเอง” จากความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า หรือการมีภาวะความเครียดมากเกินไปจากการเสพสื่อออนไลน์ หรือการใช้โซเชียลมีเดียแบบ overdose กัน

นิยามของ “การเสพติดโซเชียลมีเดีย” คืออะไร?

การเสพติดโซเชียลมีเดียคือ คุณไม่สามารถควบคุมเวลาที่ใช้ไปกับการเสพสื่อในสื่อโซเชียลมีเดียได้ หรือควบคุมได้ยาก มักจะกดเข้าไปดูอยู่เสมอ ๆ และส่งผลต่อความสามารถในการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจติดโซเชียลมีเดีย ได้แก่ 

  • ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโซเชียลมีเดีย
  • คิดถึงโซเชียลมีเดียบ่อย ๆ 
  • ใช้เวลาในการทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกอื่น ๆ น้อยลงเพื่อใช้โซเชียลมีเดีย
  • ใช้เวลากับผู้อื่นน้อยลงเพื่อใช้โซเชียลมีเดีย
  • การใช้สื่อสังคมออนไลน์มากเกินไป จนเกิดการรบกวนด้านต่าง ๆ ในชีวิตของคุณ เช่น รบกวนการทำงาน ไม่มีสมาธิในการเรียน และส่งผลต่อความสัมพันธ์ในโลกความจริง
  • คุณรู้สึกวิตกกังวลและหงุดหงิดเมื่อคุณไม่สามารถใช้งานโซเชียลมีเดียได้
  • การใช้โซเชียลมีเดียเป็นวิธีรับมือกับอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ด้วยการระบายความโกรธ ความทุกข์ ลงโซเชียลมีเดีย

อูก้าขอแนะนำให้คุณสำรวจตัวเองด้วยความเป็นกลาง แล้วคุณจะสามารถเช็กได้ว่าตัวเองกำลังติดโซเชียลมีเดียเกินไปหรือเปล่าจะได้หาวิธีเเก้ไขค่ะ

ทำไมถึงทำให้เสพติดได้?

เช่นเดียวกับพฤติกรรมเสพติดประเภทอื่น ๆ การใช้โซเชียลมีเดียสามารถให้ความสุข ให้ความฟินแก่ผู้ใช้งานได้ เป็นเพราะทำให้เกิดการปลดปล่อยโดปามีนในสมอง โดยโดพามีนเป็นสารเคมีที่มีบทบาทอย่างมากในการทำให้เกิดการเสพติด เป็นสิ่งที่ทำให้คนทำพฤติกรรมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะได้สัมผัสถึงความน่าพึงพอใจ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกในการใช้โซเชียลมีเดีย ที่มีส่วนทำให้การเกิดเสพติด เช่น

  • ทำให้ผู้ใช้งานได้สำรวจตัวตนใหม่: โซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนมีตัวตนใหม่ และแชร์สิ่งนี้ลงในโลกออนไลน์
  • ความปรารถนาที่จะแชร์รูปภาพและวิดีโอ: การแชร์รูปภาพและวิดีโอบนเว็บไซต์อย่าง Instagram หรือ TikTok ทำให้หลาย ๆ คนมีความสุข
  • “กลัวการพลาด” หรือ FOMO: คือความกลัวที่จะพลาดเทรนด์ พลาดกระแส ที่กำลังเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ณ ขณะนั้น
  • โรคโนโมโฟเบีย (Nomophobia): คือการที่บางคนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการไม่มีโทรศัพท์ติดตัวตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เงื่อนไขนี้เชื่อมโยงกับการใช้อินเทอร์เน็ต และการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป

การติดโซเชียลมีเดียมากเกินไป อาจทำให้เกิดโรค หรือภาวะใดได้บ้าง?

สำหรับผู้ที่ติดโซเชียลมีเดียมากเกินไป สามารถทำให้คุณเกิดความเครียด เกิดภาวะทางด้านจิตใจได้หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
  • ความวิตกกังวล
  • ภาวะซึมเศร้า
  • โรคสมาธิสั้น/สมาธิสั้น (ADHD)
  • โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)
อย่างไรก็ตาม เพราะเรื่องของจิตหรือภาวะทางจิตเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนมาก จึงไม่สามารถตีความได้อย่างแน่นอนว่า ปัญหาที่คุณเจออยู่นี้เกิดจากการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต หรืออาจเป็นไปได้ว่าคุณมีปัญหาสุขภาพจิตอยู่แล้ว และระบายออกด้วยการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไปค่ะ

มีวิธีใดบ้างที่สามารถช่วยลดเวลาในการใช้โซเชียลมีเดีย

หากคุณมีความกังวล คิดว่าตัวเองเข้าข่ายติดโซเชียลมีเดียมากจนเกินไป จนกระทั่งกระทบชีวิตประจำวัน หรือเริ่มทำให้สุขภาพจิตของคุณนั้นแย่ลง ไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่เคย อู้ก้าขอแนะนำให้คุณใช้วิธีการที่เรียกว่า “digital detox” ซึ่งเป็นการบำบัด รูปแบบหนึ่ง ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองเพียงแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า ในการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียค่ะ

  • วางแผนทำ digital detox อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งโดยที่คุณ ต้องงดใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
  • พยายามลดความถี่ที่คุณใช้โซเชียลมีเดีย โดยเช็กได้เพียง 1-2 ครั้งต่อวัน
  • ใช้เวลาของคุณบนโซเชียลมีเดียให้จำกัด เช่น กำหนดเวลาว่าจะใช้แค่ 15 นาทีทุกครั้งที่คุณเข้าสู่ระบบ
  • ปิดการแจ้งเตือนสื่อโซเชียลมีเดียบนอุปกรณ์ของคุณ ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์
  • ดาวน์โหลดแอปที่ช่วยคุณเช็กเวลาในการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และใช้เป็นตัวช่วยในการลดเวลาใช้โซเชียลมีเดียของคุณ
  • ปิดโทรศัพท์ก่อนทานอาหาร และวางโทรศัพท์ไว้ไกล ๆ มืออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  • หางานอดิเรกใหม่เพื่อทำให้คุณไม่ต้องสนใจโซเชียลมีเดีย หรือใช้เวลากับโซเชียลมีเดียน้อยลง

 

แม้ว่าการติดโซเชียลมีเดียจะยังไม่ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิก แต่หลายคนก็มีอาการติดที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพจิตหรือสุขภาพกายที่ใช้สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่ขยับตัวไปทำอย่างอื่น หากคุณกังวลเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดีย อูก้าขอแนะนำให้คุณวางแผนทำ digital detox อย่างเร่งด่วน เพื่อปรับลักษณะนิสัยในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันนี้ และหวังว่าคุณ จะสามารถมีชีวิตที่สมดุลได้ในเร็ววันค่ะ อูก้าขอเป็นกำลังใจให้

แชร์บทความนี้ ให้คนที่ห่วงใย

ooca
ooca
บทความด้านสุขภาพจิตหลากหลายด้าน เป็นคลังความรู้ให้คุณได้อ่านและพร้อมรับมือกับทุกปัญหา
สนใจปรึกษานักจิตวิทยา
แบบนั่งคุยจากที่บ้าน
ดาวน์โหลดแอพอูก้าได้เลย
อูก้าเป็นกำลังใจให้นะ!
แอดเลย Line Official
สัญญาณควรพบจิตแพทย์

3 อาการเบื้องต้นที่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณควรพบจิตแพทย์

เคยสงสัยกันไหมว่า เราต้องมีอาการอย่างไร ถึงควรจะไปพบจิตแพทย์ อูก้าอยากชวนเพื่อนๆ สังเกตตัวเองว่า เราต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า

Eating Disorder โรคการกินผิดปกติ

Eating Disorder โรคการกินผิดปกติ คืออะไร อันตรายถึงชีวิต?

Eating Disorder โรคการกินผิดปกติอันตรายถึงชีวิต โรคนี้มีหลายประเภท หลายสาเหตุ มาทำความเข้าใจ เพื่อป้องกันและรักษาให้ห่างจากโรคนี้กัน

ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเรา

อูก้า เรื่องของใจ ให้เรารับฟัง

ooca It’s okay we’ll listen

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊 ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊

ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้