ก่อนอื่นมาดูปัจจัยที่ส่งผลให้ความโศกเศร้ารุนแรงไม่เท่ากัน
สาเหตุที่ความรู้สึกเศร้าโศกของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน นอกเหนือจากปัจจัยภายในแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลไม่ต่างกัน ดังนี้
1. ความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต
กรณีที่พบว่าความรู้สึกด้านบวกมากกว่าด้านลบ จะก่อให้เกิดความรู้สึกเศร้าเสียใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง ส่วนกรณีที่พบว่าความรู้สึกด้านบวกและด้านลบมีความใกล้เคียงกันจะก่อให้เกิดความรู้สึกโศกเศร้าแบบผิดปกติ และตามมาด้วยความสงสัยว่าความพยายามของตัวเองเพียงพอแล้วหรือยัง ที่ผ่านมาได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วหรือไม่ จนกลายเป็นความรู้สึกกล่าวโทษตัวเอง
2. ลักษณะการเสียชีวิต
เช่น เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เสียชีวิตตามธรรมชาติ เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม ล้วนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกแตกต่างกันไปตามความเชื่อของบุคคลนั้น ๆ เช่น เสียชีวิตตามธรรมชาติ หากคนผู้นั้นมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าหรือมีศาสนาเป็นที่พึ่งก็จะมีความรู้สึกด้านบวกมากกว่าด้านลบ พร้อมกับการทำความเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องปกติของชีวิตคนเรา ทุกคนเกิดมาต้องตายการเสียชีวิตเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากเป็นการเสียชีวิตจากการฆาตกรรมมุมมองก็จะเปลี่ยนไป เช่น รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมและตามมาด้วยความโกรธเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าดังกล่าว
เคล็ดลับเยียวยาความโศกเศร้าที่สำคัญประการฟื้นฟูจิตใจ
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ต้องพบเจอกับการสูญเสีย และกลัวว่าไม่สามารถเอาชนะความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นได้ อูก้ามีกลยุทธ์ในการย้ำเตือนตัวเองให้มีสติเพื่อรับมือกับการสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1. ปล่อยให้ตัวเองได้อ่อนแอบ้าง
ความอ่อนแอไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ควรเก็บไว้คนเดียว เพราะยิ่งทำให้สิ่งที่เก็บเอาไว้กลายเป็นปัญหาสะสม หากวันหนึ่งทนไม่ไหวอาจเผลอระเบิดออกมาจนกลายเป็นความรู้สึกแย่มากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเลิกโทษตัวเอง ยอมรับความอ่อนแอ และก้าวข้ามความเจ็บปวดไปให้ได้ เพราะนั่นคือการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
2. ไม่สนใจ ไม่นึกถึงไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา
ถึงแม้บางครั้งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นยากเกินกว่าจะยอมรับได้ แต่การพยายามปฏิเสธสุดท้ายแล้วเราก็ต้องกลับมาจมอยู่กับความรู้สึกเสียใจเหมือนเดิมอยู่ดี ดังนั้นจงคอยเตือนตัวเองไว้ทุกครั้งว่าความสูญเสียเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ทุกคนต้องพบเจอ
3. หากไม่ไหวก็แค่ขอความช่วยเหลือ
อย่ามองว่าการขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องน่าอาย หากจัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ลองหาคนที่ไว้ใจได้ร่วมพูดคุยหรือแบ่งปันเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้มีกำลังใจต่อสู้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
4. หมั่นเติมพลังบวกให้กับตนเอง
ด้วยการทำกิจกรรมเพิ่มความผ่อนคลาย เช่น เล่นกับสุนัข เล่นกับแมว เดินเล่น ทักทายผู้คน วาดรูป อ่านหนังสือ เล่นดนตรี พร้อม ๆ กับการใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย ๆ ก็มั่นใจว่าวันที่จิตใจไม่ไหวร่างกายยังสู้ต่อได้
วิธีรับมือเมื่อพบว่าคนใกล้ตัวตกอยู่ในความโสกเศร้า
หากพบคนใกล้ตัวต้องเผชิญกับความโศกเศร้าจากการสูญเสีย ควรให้ความช่วยเหลือตามระยะอาการ ดังนี้
- ระยะปฏิเสธ Stage of Denial หลังจากได้รับรู้ถึงการสูญเสียปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้น คือ การไม่ยอมรับความจริงหรือรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายในใจยังเต็มไปด้วยความสับสนมึนงงยากจะหาทางออกได้ด้วยตัวเอง คนที่อยู่ข้าง ๆ จึงต้องพยายามสร้างความไว้วางใจเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ระบายความรู้สึกออกมาอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นหรือคำพูดใด ๆ แค่รับฟังอย่างตั้งใจและคอยอยู่ข้าง ๆ ก็เพียงพอ
- ระยะโกรธ Stage of Anger และระยะต่อรอง Stage of Bargaining เมื่อรับรู้ได้ว่าไม่สามารถปฏิเสธการสูญเสียที่เกิดขึ้นได้จะก่อให้เกิดความรู้สึกโกรธที่ตนต้องเผชิญกับการสูญเสียนี้ พร้อมกับเกิดคำถามว่าทำไมเหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นกับตัวเอง และกล่าวโทษสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายใจ วิธีการรับมือ คือ ห้ามตอบโต้ด้วยความโกรธ แต่ควรแสดงออกถึงความเป็นมิตรให้พวกเขารู้สึกว่าคุณให้เกียรติและเคารพในตัวพวกเขา
- ระยะซึมเศร้า Stage of Depression เป็นช่วงที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการสูญเสียอย่างรุนแรงและมีผลกระทบต่อความรู้สึกมากที่สุด โดยจะแสดงออกผ่านอาการหรือพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น หดหู่ สิ้นหวัง ไม่มีเรี่ยวแรง นิ่งเงียบ ไม่พูดคุย และชอบแยกตัวอยู่คนเดียว บางคนอาจร้ายแรงถึงขั้นคิดอยากตายหรือฆ่าตัวตายตาม สำหรับวิธีการรับมือต้องสร้างบรรยากาศรอบตัวให้ให้พวกเขาสามารถไว้วางใจคุณได้ และควรขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์
- ระยะยอมรับ Stage of Acceptance ผู้สูญเสียสามารถยอมรับและเข้าใจการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับระยะนี้ค่อนข้างต้องเฝ้าระวัง หากพบว่าตั้งแต่ช่วงที่เผชิญสถานการณ์การสูญเสียจนถึงระยะยอมรับนานเกินกว่า 6 – 12 สัปดาห์ อาจพัฒนากลายเป็นโรคซึมเศร้า ดังนั้นคนรอบข้างจึงควรให้กำลังใจและผลักดันให้ผู้สูญเสียกลับมาดำเนินชีวิตได้อีกครั้งด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้สูญเสียได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ฯลฯ รวมถึงให้กำลังใจบ่อย ๆ
ไม่มีใครอยากให้การสูญเสียหรือการพบเจอกับความโศกเศร้าเกิดขึ้น แต่นี่เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นอูก้าจึงหวังว่าคนที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีแรงกายแรงใจสู้และมีชีวิตอยู่ต่อในเส้นทางของตัวเอง แน่นอนว่าแค่คำพูดว่าอย่าเสียใจคงช่วยอะไรมากไม่ได้ แต่ก็อยากให้เข้าใจไว้ว่าทุกอย่างแก้ไขได้ตราบใดที่คุณยังตัดสินใจสู้
อ้างอิง: primocare







