การนอนหลับและสุขภาพจิต: ทำไมคุณไม่ควรมองข้ามการนอนหลับให้เพียงพอ

รู้ทันสาเหตุที่การพักผ่อนและการนอนไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพจิตได้อย่างไร อ่านบทความเพื่อเข้าใจวิธีดูแลสุขภาพจิตให้ดีขึ้น
การพักผ่อนและการนอนไม่เพียงพอ

เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อ

อูก้าขอบอกเลยว่า ถ้าคุณอยากมีสุขภาพจิตที่ดี อย่ามองข้ามการนอนหลับอย่างเพียงพอ เพราะการนอนหลับก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตเป็นอย่างมากค่ะ มนุษย์ใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตเพื่อนอนหลับพักผ่อน ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อร่างกายของเรา พอ ๆ กับการกิน, การดื่ม และการหายใจ

และยังมีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพจิตและร่างกายที่ดี นอกจากนี้การนอนหลับยังช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูสมองของเราอีกด้วย และแน่นอนว่าในทางกลับกันถ้าคุณมีการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตได้อีกด้วย

การนอนหลับช่วงเวลาอันแสนสงบ ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน

การนอนหลับเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าที่หลาย ๆ คนเข้าใจ ระหว่างการนอนหลับ ร่างกายของเราต้องผ่านกระบวนการระยะการนอนหลับที่หลากหลาย ดังนั้นการนอนหลับ “ที่มีคุณภาพ” จะต้องเป็นการนอนหลับลึกที่เพียงพอ ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นเมื่อตื่นขึ้นมา การนอนหลับที่ไม่ดีจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น รู้สึกเหนื่อยล้า ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำสั้นและรู้สึกหงุดหงิด การที่คุณประสบปัญหาการนอนไม่หลับ (อดนอนหรือการนอนแบบมีคุณภาพต่ำ) จะส่งผลต่ออารมณ์ พลังงานความสดชื่นของร่างกาย และสมาธิ อีกทั้งยังทำให้ความสามารถในการตื่นตัวและการทำงานในระหว่างวันลดลง

การนอนหลับและสุขภาพขิต มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก

การนอนที่ไม่ดี ไม่มีคุณภาพ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการมีสุขภาพที่ไม่ดีทั้งกายและจิต และสุขภาพที่ไม่ดีอาจทำให้นอนหลับยากขึ้น ปัญหาสุขภาพจิตทั่วไป เช่น ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า มักส่งผลต่อปัญหาการนอนหลับโดยตรง ดังนั้น การผสมผสานวิธีการรักษาปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาการนอนหลับควบคู่กัน จึงมักเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การนอนหลับและปัญหาโรคซึมเศร้า

ภาวะซึมเศร้า คือ โรคทางอารมณ์ประเภทหนึ่งที่ผู้ป่วยมักมีอารมณ์เศร้าหรือสิ้นหวังปะปนกันไป และประมาณ 75% ของผู้เป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการนอนไม่หลับ และหลาย ๆ คนที่เป็นโรคซึมเศร้าต่างต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการง่วงนอนที่เกิดขึ้นมากเกินไป ง่วงแทบจะตลอดเวลา ทำให้ไม่มีสมาธิในการใช้ชีวิตระหว่างวัน

ในอดีตปัญหาการนอนไม่หลับถูกมองว่าเป็นผลมาจากภาวะซึมเศร้า แต่จากศึกษาใหม่กลับพบว่าการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ อาจกระตุ้นหรือทำให้ภาวะซึมเศร้ารุนแรงขึ้น เชื่อว่าเป็นความสัมพันธ์แบบ 2 ทิศทาง ซึ่งปัญหาการนอนหลับและอาการซึมเศร้าต่างเข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน

การนอนหลับและโรควิตกกังวล

โรควิตกกังวล คือ โรคที่ทำให้เกิดความกลัวหรือมีความกังวลมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพตามมา เช่น โรคหัวใจและโรคเบาหวาน โรควิตกกังวลสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ โรควิตกกังวลทั่วไป โรควิตกกังวลทางสังคม โรคตื่นตระหนก โรคกลัวเฉพาะ โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) และโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD)

โรควิตกกังวลกับปัญหาการนอนไม่หลับ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกัน ความกังวลและความกลัวมีส่วนทำให้สมองเกิดภาวะตื่นตัวมากเกินไป และการตื่นตัวมากเกินไปถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้นอนไม่หลับ และในขณะเดียวกันปัญหาการนอนไม่หลับ ก็อาจกลายเป็นสาเหตุของความวิตกกังวลเพิ่มเติม สร้างความวิตกกังวลล่วงหน้าในเวลานอนที่ทำให้หลับยากขึ้น

การนอนหลับและโรคอารมณ์สองขั้ว

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคอารมณ์ 2 ขั้วหรือไบโพล่า จะมี 2 ช่วงอารมณ์ที่แสดงออกมาแตกต่างกันอย่างชัดเจนนั่นก็คือ อาการคลุ้มคลั่ง และซึมเศร้า ความรู้สึกและอาการของแต่ละบุคคลนั้นก็จะปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป หรืออารมณ์ที่ปรากฏขึ้นมา ก็จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่กำลังพบเจออยู่ตรงหน้า และผู้ที่เป็นโรคไบโพลาร์ รูปแบบการนอนจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ก็อยู่กับสภาวะทางอารมณ์นั้น ๆ ในช่วงที่มีอาการคลุ้มคลั่งผู้ป่วยมักรู้สึกอยากนอนน้อยลง แต่ในช่วงที่มีอาการซึมเศร้า ก็อาจนอนมากเกินไป ไม่อยากตื่น และปัญหาการนอนหลับอาจทำให้อารมณ์ทั้ง 2 พาร์ทนั้นแย่ลง

เช็คลิสต์ 14 ข้อ คุณกำลังมีปัญหาการนอนหลับอยู่หรือเปล่า?

ถ้าในขณะนี้คุณกำลังมีอาการนอนไม่หลับ อูก้านะนำให้ลองทำ checklist ทั้ง 14 ข้อนี้และดูว่าอาการนอนไม่หลับของคุณ เป็นอาการที่มีต้นสายปลายเหตุมาจากไหน และค่อย ๆ แก้ปัญหาที่พบไปทีละจุด และถ้าคุณพบว่าใน checklist เหล่านี้ตรงกับอาการที่คุณเจอหรือปัญหาที่คุณเจอมากกว่า 7 ข้อขึ้นไปให้รีบหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดก่อนที่อาการนอนไม่หลับจะกลายเป็นอาการเรื้อรัง 

  1. คุณมีการนอนหลับที่มีคุณภาพหรือไม่? ปกติคุณเข้านอนและตื่นกี่โมง?
  2. ห้องนอนของคุณเอื้อต่อการนอนหลับหรือไม่? มีความมืด เงียบ และอยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะต่อการนอนหรือไม่?
  3. คุณใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (โทรศัพท์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์) ก่อนนอนหรือไม่?
  4. คุณตื่นกลางดึกแค่ไหน?
  5. คุณมีการนอนหลับที่เพียงพอ ตามช่วงอายุของคุณหรือไม่ (สำหรับผู้ใหญ่ ควรนอนให้ครบ 7-9 ชั่วโมง)
  6. คุณอดนอนหรือนอนมากเกินไปเป็นประจำหรือไม่?
  7. คุณรู้สึกเหนื่อยล้ามากเกินไปรึเปล่าในระหว่างวัน แม้ว่าจะนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืน
  8. คุณเคยมีอาการนอนไม่หลับกะทันหัน หรือหลับในโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่?
  9. มีปัจจัยภายนอก (เสียง แสง) ที่รบกวนการนอนของคุณหรือไม่?
  10. คุณฝันร้ายหรือฝันผวาบ่อย ๆ หรือไม่?
  11. คุณดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปหรือไม่
  12. คุณกำลังประสบกับความเครียด หรือความวิตกกังวลในชีวิต ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับของคุณหรือไม่?
  13. คุณมีโรคประจำตัว เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับของคุณหรือไม่?
  14. คุณกำลังใช้ยาที่อาจส่งผลต่อ การนอนหลับหรือไม่?
 

แชร์บทความนี้ ให้คนที่ห่วงใย

Picture of ooca
ooca
บทความด้านสุขภาพจิตหลากหลายด้าน เป็นคลังความรู้ให้คุณได้อ่านและพร้อมรับมือกับทุกปัญหา
สนใจปรึกษานักจิตวิทยา
แบบนั่งคุยจากที่บ้าน
ดาวน์โหลดแอพอูก้าได้เลย
อูก้าเป็นกำลังใจให้นะ!
แอดเลย Line Official
การจัดการภาวะวิตกกังวล

การจัดการภาวะวิตกกังวล: เทคนิคและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

เรียนรู้วิธีรับมือกับภาวะวิตกกังวลด้วยเทคนิคที่ได้ผลจริง พร้อมคำแนะนำจากจิตแพทย์ เพื่อชีวิตที่มีความสุขและสมดุลมากขึ้น

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรปรึกษา จิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักจิตบำบัด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรปรึกษา จิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักจิตบำบัด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตคนไหน? รู้จักผู้เชี่ยวชาญประเภทต่างๆ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา และนักจิตบำบัดวันนี้

4 วิธีทางจิตวิทยาเพื่อบรรลุเป้าหมายในชีวิต

4 วิธีทางจิตวิทยาเพื่อบรรลุเป้าหมายในชีวิต

ค้นพบ 4 เทคนิคทางจิตวิทยาที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรอปีใหม่ เริ่มต้นวันนี้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อ่านต่อที่นี่!

ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเรา

อูก้า เรื่องของใจ ให้เรารับฟัง

ooca It’s okay we’ll listen

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊 ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊

ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้