เช็คลิสต์ 10 ข้อ คุณกำลังมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า?

ฟังเพลงแล้วร้องไห้ กินของโปรดไม่อร่อย หรืออยากนอนตลอดไป ต้องเศร้าแค่ไหนถึงเรียกว่าโรคซึมเศร้า? มาเช็ค 10 สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจเป็นโรคซึมเศร้า...
เช็คลิสต์ 10 ข้อ โรคซึมเศร้า

เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อ

โรคซึมเศร้า เป็นภาวะทางสุขภาพจิตที่อาจส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของผู้ที่เป็น โดยในปัจจุบันมีผู้ที่เป็นโรคนี้กว่า 1.35 ล้านคนในประเทศไทย ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “โรคซึมเศร้า” แต่อาจไม่รู้แน่ชัดว่ามีอาการของโรคอย่างไร และควรดูแลผู้ที่เป็นโรคนี้แบบไหน วันนี้เราจึงพาทุกคนมาทำความเข้าใจในโรคนี้กันมากขึ้น

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจรู้สึก หดหู่ เศร้า หรือสิ้นหวังอยู่เสมอ ส่งผลให้สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ ความอยากอาหารลดลง หรือรูปแบบการนอนหลับเปลี่ยนไป เหนื่อยล้าง่ายขึ้น ไม่ค่อยมีสมาธิ และมีอาการทางกาย เช่น ปวดหัวหรือท้องไส้ปั่นป่วนอยู่บ่อยๆ

โรคซึมเศร้า เกิดจากหลายปัจจัย โดยอาจเกิดจากพันธุกรรม สารเคมีในสมองไม่สมดุล หรือเกิดจากเหตุการณ์บางอย่างในชีวิต และแม้ว่าจะรักษาได้ยาก แต่เป็นอาการที่รักษาได้ การรักษาภาวะซึมเศร้าโดยทั่วไปจะมีการใช้ยา การบำบัด และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต

เช็คลิสต์ โรคซึมเศร้า 2

10 คำถามเช็คลิสต์ สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้า

เรารู้กันดีว่าผู้ที่เผชิญกับอาการซึมเศร้ามักจะมีความยากลำบากในการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเศร้าหรือรู้สึกว่าทุกวันเป็นวันที่เลวร้ายเท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกสิ้นหวังต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยที่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหลาย ๆ ด้าน และเพื่อหลีกเลี่ยงโรคนี้ เราจึงมีเช็กลิสต์ 10 ข้อมาให้คุณเช็กสุขภาพจิตของคุณกัน ผ่าน 10 คำถามเหล่านี้

1. คุณกำลังเศร้าหรือความรู้สึกสิ้นหวังอย่างต่อเนื่องอยู่หรือเปล่า?

ผู้ที่มีอาการซึมเศร้า มักจะรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง และไร้เรี่ยวแรงที่จะใช้ชีวิตอยู่เสมอ แม้ว่าชีวิตกำลังไปได้ดีก็ตาม

 

2. ไม่ค่อยสนใจจะทำกิจกรรมอะไรเลยใช่ไหม?

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจสูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น งานอดิเรก การเข้าสังคม หรือการใช้เวลากับคนที่คุณรัก

 

3. ช่วงนี้คุณไม่ค่อยอยากอาหารหรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลงอยู่หรือเปล่า?

อาการซึมเศร้าอาจส่งผลต่อความอยากอาหาร บางคนกินมากขึ้น ในขณะที่บางคนก็กินน้อยลงกว่าปกติ

 

4. มีการนอนที่ไม่ค่อยมีคุณภาพอยู่ใช่ไหม?

อาการซึมเศร้าอาจรบกวนรูปแบบการนอนหลับ ส่งผลให้บางคนนอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นง่าย หรือตื่นเร็วเกินไป จนคุณภาพการนอนลดลงอย่างมาก เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะไม่ค่อยสดใส

 

5. รู้สึกเหนื่อยล้าง่าย ไม่ค่อยอยากทำอะไรใช่หรือเปล่า?

แม้ว่าจะนอนหลับเต็มอิ่มและพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า และไม่ค่อยมีแรงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ

 

6. ไม่ค่อยมีสมาธิหรือเมื่อมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจก็ทำได้ยากใช่ไหม?

เมื่อมีอาการซึมเศร้า อาจทำให้คุณมีสมาธิกับงาน จดจำรายละเอียด หรือตัดสินใจได้ยาก

 

7. รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าหรือรู้สึกผิดอยู่เสมอหรือไม่?

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของผู้อื่นหรือคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกผิดหรือไร้ค่า

 

8. ปวดหัว ปวดท้อง หรือปวดกล้ามเนื้อโดยไม่ทราบสาเหตุหรือไม่?

อาการซึมเศร้าอาจทำให้เกิดอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ท้องไส้ปั่นป่วน หรือปวดกล้ามเนื้อโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนได้

 

9. มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายหรือไม่?

อาการซึมเศร้ามักจะทำให้รู้สึกสิ้นหวัง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความคิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย

 

10. เริ่มใช้สารเสพติดอยู่หรือเปล่า?

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอาจหันไปพึ่งยาหรือแอลกอฮอล์เพื่อจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาติดสารเสพติดได้

นี่เป็นเพียงสัญญาณเตือนบางอย่างของโรคซึมเศร้าเท่านั้น เพราะแต่ละคนนั้นประสบกับภาวะซึมเศร้าแตกต่างกัน จึงไม่ได้หมายความว่าเมื่อมีอาการเหล่านี้แล้วจะเป็นโรคซึมเศร้าทุกคน นอกจากนี้ อาการบางอย่างข้างต้นยังสามารถเป็นสัญญาณของโรคอื่น ๆ ได้เช่นกัน แต่ถ้าคุณมีแนวโน้มด้านบนเกิน 5 ข้อ เราขอแนะนำให้คุณประเมินโรคซึมเศร้ากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อวินิจฉัยให้ละเอียดยิ่งขึ้น

3 ช่วงระยะ โรคซึมเศร้า

3 ช่วงของระยะซึมเศร้า

หลายคนอาจสงสัยว่า โรคซึมเศร้ามีกี่ระยะ แล้วต้องป่วยไปอีกนานแค่ไหนกว่าจะหาย? เพราะต้องทนทรมานกับอาการของโรคจนเกิดการเบื่อหน่าย เริ่มท้อแท้ในการกินยารักษา และมองไม่เห็นปลายทางที่สดใส เพื่อให้คุณเห็นภาพการรักษาที่ชัดเจนขึ้น เราจึงมีข้อมูลโรคซึมเศร้าทั้ง 3 ระยะมาบอกกัน

ระยะที่ 1 Acute Phase
อาการโรคซึมเศร้า ระยะแรก เป็นช่วงที่เรียกว่า ‘ระยะอาการหนัก’ ผู้ป่วยจะมีอาการซึมเศร้ารุนแรง และเกิดขึ้นเกือบตลอดทั้งวัน และมักจะรู้สึกเบื่อหน่าย มองโลกในแง่ลบ อ่อนไหวง่าย รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และเป็นภาระให้กับคนรอบข้าง ในระยะนี้มักจะมีสมาธิจดจ่อได้ยาก นอนหลับได้ไม่เต็มที่ หรือนอนมากผิดปกติ มักจะรู้สึกเหนื่อยง่าย ไร้เรี่ยวแรง และสูญเสียแรงจูงใจในการใช้ชีวิต

เป้าหมายในการรักษา: การรักษาในระยะนี้คือการลดความรุนแรงของอาการผิดปกติต่าง ๆ โดยเริ่มจากกินยาต้านเศร้าประมาณ 3 เดือน แต่ถ้าอาการของผู้ป่วยรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาให้มีการรักษาและพักฟื้นในโรงพยาบาล

ระยะที่ 2 Continuation Phase
ระยะสองเป็นช่วงที่เรียกว่า ‘เริ่มมีสติ’ เมื่อเริ่มรักษามาสักระยะแล้วผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการดีขึ้น เริ่มมีสติยั้งคิด แต่ยังมีความอ่อนไหวอยู่บ้าง

เป้าหมายในการรักษา: ป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการรุนแรงอีก โดยจะต้องทานยาต้านเศร้าต่อเนื่อง 4 – 6 เดือน นับเป็นระยะที่ห้ามประมาณ

ระยะที่ 3 Maintenance Phase
ระยะสองเป็นช่วงที่เรียกว่า ‘ภาวะปกติ’ ในระยะนี้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติได้ อาการของโรคหายไป

เป้าหมายในการรักษา: ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีกครั้ง ซึ่งผู้ป่วยบางคนยังต้องทานยาควบคู่ไปด้วย

จะเห็นได้ว่า โรคซึมเศร้า ไม่ใช่โรคที่รักษาไม่หาย เมื่อทานยาตามที่แพทย์สั่งผลการรักษาจะสามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะว่าผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคซึมเศร้านั้นมีแนวโน้มที่จะกลับมาเป็นอีกครั้งได้ จึงควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพจิตของตัวเองอยู่เสมอ

ปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ผ่าน OOCA

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น บริการสุขภาพจิตออนไลน์ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในบริการดังกล่าวคือ การปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ OOCA ซึ่งเป็นการปรึกษาหรือนัดหมายกับจิตแพทย์ที่มีใบอนุญาตทางวิดีโอคอล โดยประโยชน์ของการใช้บริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์มีดังนี้

  • เข้าถึงง่ายและสะดวกสบาย: คุณสามารถเข้ามาปรึกษาได้จากที่บ้านตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปข้างนอก เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยสะดวกเดินทาง หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว: การเข้าถึงบริการออนไลน์ทำให้คุณสามารถรักษาความเป็นส่วนตัว และความลับของตัวเองได้ ในขณะที่ยังคงได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
  • เลือกเวลาเองได้: บริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์มีความยืดหยุ่นในการกำหนดเวลานัดได้เองตามที่คุณต้องการ เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ทำงานระหว่างวันหรือมีภาระผูกพันอื่น ๆ ที่ทำให้ยากต่อการเข้าร่วมการนัดหมาย
  • คุณภาพการดูแลดีเยี่ยม: บริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์มีเจ้าหน้าที่จิตแพทย์ที่มีใบอนุญาต ซึ่งให้การดูแลที่มีคุณภาพเช่นเดียวกับการดูแลแบบตัวต่อตัว ผู้ให้บริการเหล่านี้สามารถประเมิน วินิจฉัย และให้คำแนะนำการรักษาผ่านการนัดหมายออนไลน์ได้อย่างใกล้ชิด
  • คุ้มค่ากับราคา : บริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเองถูกกว่าบริการแบบพบหน้า
 

บริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต มีความสะดวก ความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่นของการจัดตารางเวลา คุณภาพการดูแลที่ดี และความคุ้มค่า หากคุณกำลังพิจารณาบริการออนไลน์ ให้อูก้าช่วยดูแลคุณหรือคนที่คุณรักได้แล้ววันนี้ สามารถเข้ามาทำแบบทดสอบ โรคซึมเศร้า ก่อนได้เลยที่ โรคซึมเศร้า แบบทดสอบ

แชร์บทความนี้ ให้คนที่ห่วงใย

OOCA
OOCA
บทความด้านสุขภาพจิตหลากหลายด้าน เป็นคลังความรู้ให้คุณได้อ่านและพร้อมรับมือกับทุกปัญหา
สนใจปรึกษานักจิตวิทยา
แบบนั่งคุยจากที่บ้าน
ดาวน์โหลดแอพอูก้าได้เลย
อูก้าเป็นกำลังใจให้นะ!
แอดเลย Line Official
อาการของโรคซึมเศร้า

อาการของโรคซึมเศร้าเป็นยังไง ต้องหาหมอที่ไหน?

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี แต่หลายคนก็ยังไม่รู้จักว่าจริงๆ อาการเป็นอย่างไร ต้องรักษาด้วยวิธีไหน หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว

ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเรา

อูก้า เรื่องของใจ ให้เรารับฟัง

ooca It’s okay we’ll listen