วิธีจัดการความวิตกกังวลในที่ทำงาน และเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

ความวิตกกังวลที่มาจากการทำงาน หรือความไม่สบายใจที่มาจากสถานที่ทำงาน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งคุณสามารถจัดการในการทำงานของคุณได้
วิธีจัดการความวิตกกังวลในที่ทำงาน

เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อ

ความวิตกกังวลที่มาจากการทำงาน หรือความไม่สบายใจที่มาจากสถานที่ทำงาน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน คุณภาพของงาน และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และสภาพจิตใจของคุณได้ ซึ่งอูก้าขอบอกเลยว่าความวิตกกังวลที่มาจากการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนเองก็พบเจอเช่นกัน เพราะจากข้อมูลของ Anxiety and Depression Association of America (ADAA) พบว่าชาวอเมริกันมากกว่า 50% มีความวิตกกังวลในการทำงาน และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งคุณสามารถจัดการความวิตกกังวลในการทำงานของคุณได้ จากการใช้กลยุทธ์ในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ซึ่งวันนี้อูก้าก็จะมาแนะนำวิธีการช่วยบรรเทาความกังวลในที่ทำงานมาฝากกัน เพื่อที่จะทำให้คุณนั้นสามารถแยกความกังวล แยกระบบการทำงาน เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการได้

สัญญาณที่แสดงให้คุณเห็นว่า งานที่คุณทำกำลังทำให้คุณเกิดความวิตกกังวล

“ความวิตกกังวล” เป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์ที่ทำให้คุณเกิดความรู้สึกกลัว ไม่สบายใจ และเกิดความวิตกกังวล สัญญาณทั่วไปที่แสดงให้เห็นว่าคุณกำลังเกิดความวิตกกังวล เช่น 

  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ
  • ปากแห้ง
  • มีความรู้สึกเหนื่อยล้า
  • รู้สึกหดหู่หรือหงุดหงิด
  • ปวดหัว
  • เกิดตึงเครียดที่กล้ามเนื้อ
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • มีปัญหานอนหลับไม่หลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ นอนไม่มีประสิทธิภาพ 
  • ไม่อยากเข้าสังคม
 

และนอกเหนือไปจากอาการวิตกกังวลทั่วไปแล้ว สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลในการทำงานอาจรวมถึง

  • ไม่อยากไปทำงาน มีความเครียดที่จะต้องทำงาน
  • มีความอดทนต่อความเครียดที่มาจากการทำงานน้อยลง
  • กลัวทำงานไม่ได้ตรงตามมาตรฐาน
  • สูญเสียความสนใจในการทำงาน หรือเสียความมั่นใจ
  • มีความวิตกจากการทำงานเกินควร
  • ผัดวันประกันพรุ่ง
  • ใช้เวลาในการทำงานมากกว่าปกติ
  • มีความยากลำบากในการโฟกัสไปที่การทำงาน
 
หลาย ๆ คนที่มีความวิตกกังวลในการทำงานพบว่า เป็นเรื่องเครียดที่ต้องทำงานเป็นกลุ่ม เครียดที่ต้องพูดคุยในที่ประชุม และไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับหัวหน้างาน รวม ๆ แล้วคุณอาจเครียดเกี่ยวกับกำหนดส่งงานที่อาจกระชั้นชิดมากเกินไป ให้งานหนักแต่มีเวลาทำน้อย จนต้องอดหลับอดนอน หรือคุณมีความกังวลว่าคุณกำลังทำให้คนอื่นผิดหวัง เพราะทำงานออกมาได้ไม่ดี

เทคนิคปล่อยวาง และจัดการช่วงทำงานให้มีความเหมาะสมด้วย “เทคนิค Pomodoro”

“เทคนิค Pomodoro” เป็นวิธีการบริหารเวลาใช้กำหนดช่วงเวลาสำหรับการทำงาน โดยมีจุดประสงค์ในการทำเทคนิคนี้เพื่อ 

  • เพิ่มการโฟกัสในช่วงเวลาที่คุณทำงาน 
  • ลดความฟุ้งซ่าน
  • รักษาแรงจูงใจในการทำงาน 
  • ลดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ
 

เพราะโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนี้ สามารถเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ เชื่อมต่อกับระบบการทำงานได้ตลอดเวลา และคุณอาจรู้สึกกดดันที่เหมือนต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และจากความรู้สึกที่หนักหน่วงนี้ จะทำให้พลังงาน สมาธิ และสุขภาพจิตของคุณ ถูกแผดเผาอย่างรวดเร็ว โดย “เทคนิค Pomodoro” มีวิธีการดังนี้ 

 

  • เลือกงาน: เลือกงานที่คุณต้องการทำ
  • ตั้งเวลา: ตั้งเวลา 25 นาที คุณสามารถใช้ตัวจับเวลาบนโทรศัพท์ของคุณ ใช้หรือแอปตัวจับ 
  • ทำงานแบบโฟกัส: โฟกัสทำงานที่คุณเลือกไว้ตลอดระยะเวลา 25 นาที หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนและพยายามทำให้สำเร็จมากที่สุดในช่วงเวลานี้
  • พักสมอง: เมื่อหมดเวลาให้พักสั้น ๆ ประมาณ 5 นาที ใช้เวลานี้เพื่อผ่อนคลาย ยืดเส้นยืดสาย หรือทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ช่วงพักนี้จะช่วยทำให้คุณเติมพลัง และรักษาประสิทธิภาพการทำงาน
  • ทำซ้ำ: หลังจากพักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คุณตั้งเวลาอีกครั้ง ที่ 25 นาทีแล้วทำงานต่อ ตามด้วยพัก 5 นาที
  • ช่วงพักยาว: หลังจากทำ Pomodoros 4 รอบ (25 นาทีแล้วทำงานต่อ ตามด้วยพัก 5 นาที 4 รอบ) คราวนี้ให้พักนานขึ้นอีกประมาณ 15 – 30 นาที การหยุดพักที่ยาวนานขึ้นนี้ จะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น
 

เทคนิค Pomodoros จะช่วยแบ่งงานของคุณออกเป็นส่วน ๆ พร้อมมอบเวลาพักให้แก่คุณ ซึ่งจะช่วยป้องกันความเหนื่อยหน่าย และจัดให้มีการพักอย่างมีแบบแผนเพื่อทำให้จิตใจของคุณสดชื่น อีกทั้งยังช่วยคุณจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่คุณโฟกัสกับการทำงาน คุณจะมีสมาธิมีจิตใจที่มุ่งมั่นอย่างขีดสุดซึ่งสิ่งนี้ก็จะนำคุณไปสู่การประสบความสำเร็จในการทำงานอีกด้วย

ปรับเปลี่ยนกิจวัตรช่วยลดความกังวล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

การปรับเปลี่ยนกิจวัตร การดูแลตนเองอย่างง่าย ๆ จะช่วยลดความวิตกกังวล ช่วยเพิ่มพลังงาน และทำให้โฟกัสของคุณคมชัดขึ้น การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยทำให้คุณรู้สึกแข็งแรงขึ้น โดยอูก้าจะมาแนะนำเคล็ดลับเพิ่มเติมดังนี้ 

  • พยายามหาทางเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ การเดินเล่นในช่วงพักกลางวันสามารถช่วยเพิ่มพลังในบวก ให้แก่สุขภาพจิตและร่างกายของคุณได้
  • พยายามหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำตาล พยายามหลีกเลี่ยงการดื่มหรือทานน้ำตาลแปรรูป เนื่องจากอาจทำให้อาการวิตกกังวลแย่ลงได้
  • นอนหลับสบาย แม้ว่าในแต่ละวัน คุณอาจรู้สึกว่ามีเวลาไม่เพียงพอที่จะทำทุกอย่างให้เสร็จ แต่การจัดการและให้ความสำคัญกับการนอน จะช่วยทำให้คุณรู้สึกมีสมาธิมากขึ้นและวิตกกังวลน้อยลงในช่วงเวลาตื่นนอน
 

 

สุดท้ายนี้ อูก้าขอแนะนำเพิ่มเติมว่า คุณไม่สามารถควบคุมทุกอย่างในสภาพแวดล้อมการทำงานของคุณได้ แต่การรักษาระดับพลังงาน และจัดหาเวลาพักผ่อนให้แก่ตัวเองบ้าง สิ่งเหล่านี้ช่วยลดระดับความเครียดและทำให้คุณรู้สึกมีพลังในการทำงานต่อไปและในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการรักษาสุขภาพจิตที่ดีให้กับตัวเอง และสามารถเดินไปตามเป้าหมายที่คุณวางไว้ นำไปสู่ความสำเร็จที่คุณต้องการต่อไปในอนาคต

อ้างอิง: 7 Ways to Manage Anxiety About Work

แชร์บทความนี้ ให้คนที่ห่วงใย

ooca
ooca
บทความด้านสุขภาพจิตหลากหลายด้าน เป็นคลังความรู้ให้คุณได้อ่านและพร้อมรับมือกับทุกปัญหา
สนใจปรึกษานักจิตวิทยา
แบบนั่งคุยจากที่บ้าน
ดาวน์โหลดแอพอูก้าได้เลย
อูก้าเป็นกำลังใจให้นะ!
แอดเลย Line Official
6 วิธีประชุมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

6 วิธีประชุมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

“เคยได้ยินพนักงานคนไหนเอ่ยปากว่าชอบการประชุมที่บริษัทบ้าง?” นี่คือข้อความหนึ่งจากรายงานของ Knowledge@Wharton ที่พูดเกี่ยวกับเรื่อง “การประชุม”

Overwhelmed

ระวัง! ภาวะ Overwhelmed จากการทำงาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตคุณ

ภาวะ ‘Overwhelmed’ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานหนัก! ความกดดันจากงานอาจทำให้คุณเปลี่ยนไปเป็นคนที่รู้สึกเครียดได้ มาเรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียดในที่ทำงาน

ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเรา

อูก้า เรื่องของใจ ให้เรารับฟัง

ooca It’s okay we’ll listen

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊 ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้

ฟีเจอร์ใหม่มาแรง! 💊

ปรึกษาจิตแพทย์ผ่านอูก้า รับยาที่บ้านได้แล้ววันนี้