“มากกว่าการรักษา คือการทำให้สังคมไทยมีระบบด้านสุขภาพวะทางจิตที่ยั่งยืน” เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในปัจจุบันประเทศไทยค่อยๆเปิดกว้างมากขึ้นในการยอมรับผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่เข้ารับบริการจิตบำบัด อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าอัตราส่วนของจิตแพทย์ ต่อจำนวนผู้รับบริการมีเพียง 1:118,000 รายเท่านั้น (ตุลาคม, 2565) นั่นส่งผลให้การให้บริการทางจิตเวชนั้นไม่เพียงพอต่อผู้ต้องการเข้ารับบริการ ส่งผลกระทบให้ผู้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาสามารถเข้าถึงบริการทางด้านจิตเวชได้ยากขึ้น และกลายเป็นปัญหาในสังคมต่อเนื่องไป บนความนี้จึงจะแสดงให้เห็นถึงที่มา วิสัยทันศ์ และพันธกิจของอูก้า (ooca) ในการพัฒนาระบบของการให้บริการทางด้านจิตเวชที่เอื้อต่อการเข้าถึงของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน
ความท้าทายในการเข้าถึงการรับบริการทางจิตเวช Mental Health
ทุกคนทราบหรือไม่ว่า ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาลที่มีแผนกจิตเวช นี่เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเข้ารับบริการทางจิตเวชไปรวมตัวกันอยู่ตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่มีแผนกจิตเวชให้บริการ ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยมากขึ้นทุกปี แต่จำนวนแพทย์หรือบุคลากรทางด้านจิตวิทยายังคงขาดแคลน การรอคอยอยู่หน้าห้องตรวจที่ยาวนาน จึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้รับบริการสามารถคาดการณ์ได้ และนั่นยังหมายถึงแพทย์หนึ่งท่านก็จะมีเวลาในการตรวจผู้รับบริการน้อยลง เพื่อที่จะตรวจทุกเคสที่เข้ามาในวันนั้นๆได้ วงจรนี้ไม่ส่งผลดีกับใครเลย ทั้งแพทย์และบุคลากรที่จะต้องเหนื่อยล้าจากการตรวจและดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก หรือผู้เข้ารับบริการที่ต้องรอคิวยาวนานหลายชั่วโมง การนัดหมายล่วงหน้าหลายเดือน ทั้งๆที่แท้จริงแล้วอาการป่วยทางใจก็ฉุกเฉินไม่แพ้กับอาการป่วยทางกาย
ด้วยการเข้าถึงการรักษาที่ยาก อาจทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่สามารถที่จะเข้ารับการรักษา หรือดูแลตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง การขาดยา ขาดคำแนะนำจากแพทย์ หรือขาดการบำบัด อาจก่อเกิดสถานการณ์ที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเองหรือผู้คนรอบข้างได้โดยสุดวิสัย ด้วยเหตุนี้ แอปพลิเคชั่น ooca (อูก้า) จึงถูกพัฒนาขึ้น โดยหวังให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการบริการทางด้านจิตเวชได้ง่ายขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ ในขณะเดียวกันบุคลากรทางการแพทย์ก็สามารถเลือกเวลาออกตรวจ คิดค่าให้คำปรึกษา และเลือกรับจำนวนเคสที่ต่อวันได้เช่นกัน
การสนับสนุนทั้งบุคลากรทางการแพทย์ให้ได้มีทางเลือกในการออกตรวจเพื่อที่จะสามารถมีเวลาให้กับผู้เข้ารับบริการได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเลือกรับบริการได้ตามวันและเวลาที่ตัวเองต้องการ จะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนการให้บริการทางด้านจิตเวชในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น เพราะหัวใจของการดูแลผู้ป่วยหรือผู้รับบริการทางด้านจิตเวชคือความสม่ำเสมอ การอำนวยความสะดวกให้ผู้ให้บริการสามารถให้คำปรึกษาผู้รับบริการอย่างมีคุณภาพคือความตั้งใจของ แอป ฯ ooca (อูก้า) และการสนับสนุนนี้จะกลายเป็นวงจรที่สมบูรณ์ของการดูแลสุขภาวะทางจิตในระยะยาวอย่างยั่งยืน
แอป ฯ (ooca อูก้า) นั้นมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างระบบนิเวศน์ด้านสุขภาพจิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทย โดยมีพันธกิจ และยึดมั่นที่จะทำให้ทุกคนได้รับบริการที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยระบบที่เข้าถึงได้ง่ายจากเทคโนโลยีบน แอปฯ ooca (อูก้า) พร้อมทั้งการออกแบบการรักษาแบบรายบุคคลเพื่อแก้ปัญหาให้ได้อย่างตรงจุด เพราะต่อให้เป็นอาการเดียวกัน ผู้ที่เข้ารับบริการทางจิตเวชก็มีการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกัน การรักษาและดูแลผู้เข้ารับบริการจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก สุดท้าย ooca จะมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถมีสุขภาวะทางจิตที่ดีขึ้นได้ในระยะยาวต่อไป
กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์
(CEO and Co-Founder of ooca)




